|
ตอนที่
9
ครึ่งหลัง
: ให้ฟุตบอลนำทางชีวิตไป
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา
ผมไปพบซิโก้ที่แคมป์อีกครั้ง
หลังจากที่เขากลับจากสิงคโปร์เพื่อมารับใช้ชาติในทัวร์นาเมนท์
คิงส์คัพ
แน่นอนว่าตอนี้เขาเป็นผู้เล่นของ
Arm Force เต็มตัวแล้ว
ซิโก้เล่าว่าทางสิงคโปร์ต้อนรับเขาเป็นอย่างดี
นักเตะที่นั่นให้การยอมรับฝีเท้า
เพราะเคนเห็นการเล่นบ่อยๆ
ฟานดี้ อาร์หมัด ผู้เป็นเฮดโค้ชก็เคยปะทะแข้งกันในสนาม
นักบอลในทีมส่วนใหญ่เป็นระดับเยาวชน
เป็นคนหนุ่มที่กำลังเติบโตมา
เขารู้จักเราดี
เราเป็นของนอกเข้าไปด้วย
เรื่องการยอมรับไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ดูท่าทีซิโก้มั่นใจ
ก่อนหน้านี้
เขาเคยไปค้าแข้งในมาเลเซียด้วย
ผลงานทำได้น่าพอใจ
การไปเล่นในสิงคโปร์
เป็นการนับหนึ่งใหม่ใช่ไหม
ไม่ใช่
นี่มันนับ 8-9 แล้ว ไม่ใช่ 1
และที่ไปเพราะเป็นวิถีของบอลอาชีพ
ถือว่าโอกาสในช่วงท้ายๆด้วยซ้ำ
ไปเก็บเงินเก็บทอง
ไปหาศาสตร์ฟุตบอล
เพิ่มทักษะเพื่อมาสอนเด็กต่อไป
มาตราฐานบอลสิงคโปร์ไม่ใช่กระจอกนะ
โอเค
ทีมชาติไทยชนะเขามาตลอด
แต่อย่าลืมว่าลีกของเขาเริ่มดี
ทุกคนฟิตเพราะว่าเป็นอาชีพ
คำว่าอาชีพ
อย่างหวังว่าจะปล่อยเราเล่นง่าย
ชีวิตไม่มีอะไรง่าย
ถ้าคิดว่าง่ายเมื่อไหร่
จบ
ผมถามเขาอีกว่ารู้สึกเสียเกียรติไหม
ไปอังกฤษมาแล้ว
และต้องกลับมาเล่นระดับอาเซียน?
ผมมองว่าเกียรติอยู่ที่ตัวเรา
ถ้าคนมองออกไปข้างนอก
ไม่รู้จักเคารพนับถือตนเอง
นั่นแหละเสียเกียรติ
แต่ผมเคารพตัวเอง
ยกย่องความเสียสละ
ความทุ่มเท
ไม่เคยดูถูกตัวเอง
ตราบใดที่ไม่ยอย่อง
ไม่ให้กำลังใจตัวเอง
อยู่ไม่ได้
คือคนจะมองยังไงก็ช่าง
ข่าวจะเขียนยังไงก็ช่าง
เดี๋ยวนี้ผมไม่เคยยินดียินร้ายกับข่าว
พูดยังกับพระ
ให้ให้ความเห็นตามที่คิด
เขาหัวเราะและบอกว่าเคยมีคนพูดกับเขาแบบนี้เหมือนกัน
9
ปีในชีวิตนักบอลทีมชาติ
ผมเจอมาหมดแล้ว
เจอและทำใจ
คือถึงที่สุดแล้วคนเราแค่กินได้นอนหลับผมว่าสุดยอกแล้ว
มีประโยชน์อะไรถ้ามีบ้านใหญ่
ร่ำรวยแต่นอนไม่หลับ
เครียดเพราะความคิดตัวเอง
จมไม่ลง
ผมเชื่อว่าคนเราทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น
เป็นนักบอลก็ต้องเล่นในบทบาทตัวเอง
ซ้อม
มุมานะด้วยจิตใจเข้มแข็ง
เรื่องผลแพ้ชนะหรือคำวิจารณ์มันเป็นธรรมดา
ต้องสู้
สักวันหนึ่งต้องได้ดี |