เพชฌฆาตจอมตีลังกา

ที่มา: นิตยสารจีเอ็ม (GM Gentlemen’s Magazine) ฉบับ 248 หน้า 164-173

เรื่อง: วรพจน์ พันธุ์พงศ์

ภาพ: ยุทธนา อัจฉริยวิญญู

ตอนที่ 5

 2-3 ปีก่อน หลายคนค่อนข้างสับสน เมื่อเห็นเขาเล่นให้ตำรวจบ้าง เล่นให้จุฬาฯบ้าง ดูเขาเลนเปรอะไปหมด ทั้งที่ปากก็บอกว่ารักฟุตบอล อยากจะทุ่มเทให้ทีมชาติ แต่ทำตัวเหมือนนักร้องลูกทุ่ง เดินสายโชว์ตัวไม่เลือกงาน

เรื่องนี้เขาบอกว่าด้วยกฎกติกาบ้านเรา บางทีมันเลี่ยงลำบาก ถามใจจริงๆก็ไม่ได้สนุกกับเกมแบบนั้น เพราะเกิดทีมแพ้ก็เปลืองตัว ชนะก็ไม่ภูมิใจ ที่สำคัญยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซึ่งไม่คุ้มอยู่แล้วกับความอยากเด่นดัง

“ผมเรียนปริญญาโทที่จุฬาฯได้เทอมหนึ่ง แต่ตอนนี้ดร๊อปไว้ก่อน เราเรียนอยู่ก็ต้องไปช่วย ส่วนที่เคยเล่นให้ตำรวจก็ถูกต้อง ทุกวันนี้ยังใช้ ร...อยู่ แต่วิถีผมไม่ใช่ตำรวจก็เลยลาออก เพราะไม่อยากให้เพื่อนตำรวจด้วยกันรู้สึกไม่ดีค้างๆคาๆ ผมยินดีที่จะลาออก เพราะอยากไปหาฝันคือเล่นบอลอาชีพ”

“รู้สึกไหมว่าบทบาทเยอะ”

“คนเราไม่ได้หยิบฝันในทันที หนทางที่จะเดินไป เราอาจแวะหลายที่เหมือนขึ้นดอย เราอาจแวะเด็ดดอกไม้ พักกระท่อมตรงนี้ ซึ่งบางคนมีฝันเรื่องเดียวในชีวิต เรียนจบได้ทำงานเลย เดินสายตรง ผมมีโอกาสแวะแต่มีโฟกัสชัดเจน”

นอกจากจะแวะเข้าวงการโฆษณา ในบทบาทพรีเซ็นเตอร์ แบลคเลเบิ้ล ผลิตภัณฑ์กีฬาแพน เท่าที่จำได้ ผมเคยเห็นเขาถ่ายแฟชั่นด้วย มีทั้งชุดสูท ลำลอง และชุดว่ายน้ำซึ่งเป็นแบบคู่กับนางแบบสาว!

หนนั้นมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร หาว่าไม่เหมาสมที่มีท่าทางออกไปในแนวขี่หลังโอบไหล่ แต่เขาก็นิ่งเพราะคิดว่ารู้ตัวดีว่าต้องการอะไร

“มีคนชวนเข้าวงการบันเทิงหลายครั้ง ถ้าใจจะไป มันไปตั้งนานแล้ว ผมเพียงแต่อยากลอง ผ่านมาแล้วผ่านไป ถือเป็นการเรียนรู้ เขาให้เกียรติเรา ก็แค่นั้น แต่จะให้ไปร้องเพลงหรือเล่นหนัง ไม่เอาแน่นอน เขิน มองตัวเองในกระจกแล้วก็ขำ หน้าก็ดำ จำทำได้ไง พูดยังไม่ชัดเลย ไม่ใช่สมรักษ์นี่” วรรคหลังนี้เขาอำเพื่อนร่วมจังหวัดซึ่งติดทีมชาติมาไล่เลี่ยกัน-สมรักษ์ คำสิงห์

รายนี้ผมพอรู้จัดอยู่บ้าง เขาเป็นคนมีไหวพริบดี จังหวะฝีมือ เป็นนักมวยโดยธรรมชาติ  แต่ก็อย่างที่รู้ เขามีธรรมชาติในความบันเทิงด้วย มีเพื่อนฝูง รักสนุก แต่อย่างไรก็ช่างผมนับถือเขาในฐานะเด็กบ้านนอกคนหนึ่งที่สร้างชีวิตขึ้นมาด้วยลำแข้ง ด้วยความมุ่งมั่นและสร้างฝันของคนทั้งชาติให้เป็นจริงด้วยการคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรกสำเร็จ

ต่อ ตอนที่6