เพชฌฆาตจอมตีลังกา

ที่มา: นิตยสารจีเอ็ม (GM Gentlemen’s Magazine) ฉบับ 248 หน้า 164-173

เรื่อง: วรพจน์ พันธุ์พงศ์

ภาพ: ยุทธนา อัจฉริยวิญญู

ตอนที่ 1

“วันสนามแตก” 14 กุมภาพันธ์ 2536 ผมอยู่ในสนามศุภชลาศัย พร้อมๆกับมิตรที่ไม่รู้จักอีกร่วมแสน ด้วยความตั้งใจหวังจะได้ชมลีลาถล่มประตูของ เพชฌฆาตหน้าหยก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ศูนย์หน้าทีมชาติไทยชุดเอ และ “ดรีมทีม” น้องใหม่ที่กำลังมาแรง

นอกจากเสียงเชียร์ ไทยแลนด์ ๆๆๆ และปิยะพงษ์ ๆๆๆ ผมพบว่าชื่อชั้นของ “ซิโก้” เกียรติศักด์ เสนาเมือง เริ่มแสดงพื้นที่ มีตัวตนปรากฎบนทุ่งหญ้าแห่งความฝัน นับเป็นทายาทดาวยิงที่ก้าวขึ้นรับช่วงกันพอดีกับวันคืนที่ร่วงโรยของเดอะตุ๊ก

8 ปีผ่านไป ไอ้หนุ่มขอนแก่นคนที่ตีลังกาทุกครั้งหลังทำประตูได้ กลายเป็นกัปตันทีมชาติชุดใหญ่ เขาเป็นนักเตะคนเดียวของยุคที่มีแฟนน้องปรากฎการณ์ปิยะพงษ์ฟีเวอร์ และที่เป็น TALK OF THE TOWN ก็คือเขาเป็นหน่วยกล้าตายที่ไปค้าแข้งที่อังกฤษ

แต่ข่าว “ซิโก้รายวัน” ที่รายงานว่ายอดศูนย์หน้าต้องใส่สนับก้นนั่งเป็นตัวสำรองอยู่เดือนแล้วเดือนเล่า ก็ทำให้แฟนคลับร้าวฉาน

ผ่านไปหนึ่งปี ซิโก้คืนรังด้วยบาดแผล แต่ไม่นานเขาก็เซ็นต์สัญญากับ ARM FORCE สโมสรอันดับต้นของสิงคโปร์ด้วยค่าเหนื่อยเดือนละ 200,000 บาท และเขากลายเป็น “สินค่าส่งออก” คนล่าสุดและราคาดีที่สุด เพราะก่อนหน้านี้เพื่อนๆอย่างตะวัน ศรีปาน, สรุชัย จิระสิริโชติ. สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, นิเวส ศิริวงศ์ และธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ได้ล่วงหน้าไปขุดทองอยู่ก่อนแล้ว

นี่เป็นการเริ่มต้นอีกครั้งหลังบาดแผลเก่าถูกบำบัดเยียวยา เป็นการวิ่งในระยะท้ายๆของ “เพชฌฆาตจอมตีลังกา” ซึ่งท้าทายต่อความหวังที่จะเขียนอนาคตตัวเองให้เป็นประวัติศาสตร์

อีกหน้าหนึ่งในวงการฟุตบอลไทย และแน่นอน นี่จึงเป็นก้าวย่างแห่งความหมายของผู้ชายชื่อ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

ต่อ ตอนที่2